การเลือกใช้น้ำมันเครื่องจำเป็นต้องดูว่าใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน หรือดีเซล หรือใช้ได้กับทั้ง 2 ชนิด โดยจะมีระบุไว้บนฉลาก ซึ่งถ้าเหมาะกับเครื่องยนต์เบนซินจะมีตัวอักษร API SL/CI-6 แต่ถ้าเหมาะกับเครื่องยนต์ดีเซลตัวอักษรจะเป็น API CI-6/SL และถ้าใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลจะระบุอักษร API Cx-x / Sx หรือ API Sx / Cx-x ซึ่งควรเลือกใช้อย่างระมัดระวัง และใช้ให้ถูกกับเครื่องยนต์ของรถ

น้ำมันเครื่อง มีทั้งหมด 3 ประเภท

น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม เหมาะกับรถที่ใช้งานมานานและต้องการความหนืดสูง เพื่อให้เครื่องยนต์มีความฟิต การใช้น้ำมันที่มีความหนืดมากก็เพื่อช่วยกั้นช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ แต่เครื่องยนต์ต้องมีสภาพสมบูรณ์ โดยมีระยะเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 5,000 กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่ ใช้ได้กับเครื่องยนต์ทั่วไปทั้งสมรรถนะสูง หรือปานกลาง เช่น 10W40 15W40 15W50 เป็นต้น และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ทุก ๆ 8,000 – 10,000 กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic) น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เป็นน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่เหมาะกับเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงที่ต้องการการป้องกันอย่างรวดเร็วและทนรอบจัดได้ดีโดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่มีระบบ Auto Start/stop เช่น 0W30 5W30 5W40 เป็นต้น และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ทุก ๆ 15,000 – 20,000 กิโลเมตร

ข้อควรระวัง

ก่อนเลือกเกรดของน้ำมันเครื่องต่าง ๆ อย่าลืมดูข้อความที่ระบุข้างแกลลอนน้ำมันว่าใช้กับเครื่องยนต์ชนิดใดด้วย เพราะในปัจจุบันมีการระบุเอาไว้ชัดเจนทั้งสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, ดีเซล หรือใช้ได้ทั้ง 2 ชนิด นอกจากนี้ยังมีระบุว่าใช้สำหรับเครื่องยนต์เบนซินเชื้อเพลิง LPG/NGV อีกต่างหาก และในสภาพการจราจรในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมืองหลวงที่รถติดมาก ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนกำหนดอย่างน้อย 1,000 กิโลเมตร เพื่อชดเชยในการจอดติดเครื่องยนต์นิ่งๆ เวลารถติดนั่นเองครับ และไม่ต้องเสียดายน้ำมัน เพราะว่าการเปลี่ยนถ่ายบ่อยครั้ง ยิ่งช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดมากขึ้น การถ่ายน้ำมันเครื่องก็เหมือนกับเอาสิ่งสกปรกที่ปะปนกับน้ำมันเครื่องทิ้งไปด้วย แต่ไม่ต้องกังวลว่าหากเลยระยะกำหนดไปเครื่องจะพังทันที เพราะคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นยังสามารถใช้งานต่อไปได้จากกำหนดระยะประมาณ 500 – 1,000 กิโลเมตร เพื่อให้สะดวกในการนำรถเข้าบริการ

เรียบเรียงโดย : นิชชิน

บริษัท ศรีเทพไทย มาร์เก็ตติ้ง จำกัด